วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569

รีวิวการเดินทางจากไทยไปอเมริกาเข้าเมือง San Francisco

          รอบนี้เดินทางเข้าเมือง San Francisco โดยลงที่สนามบิน San Francisco International Airport เดินทางวันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 01.55 น. ด้วยสายการบิน ฮ่องกงแอร์ไลน์ (Hong Kong Airlines) รอบนี้ก็บินยาวนิดหนึ่งเนื่องจากเวลาเครื่องนานหน่อย และน่าจะเกิดจากผลกระทบของสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งคนย้ายมาบินแถบเอเชียน่าจะเยอะขึ้น และเที่ยวบินจำเป็นต้องมีการร่วมกันเพื่อให้สามารถทำการเดินทางไปยังปลายทางให้ครบทุกเส้นทาง  เราเริ่มต้นจากการเดินทางที่สุวรรณภูมิที่ประเทศไทย ทำการเชคอินอะไรต่าง ๆ ที่สายการบิน ฮ่องกงแอร์ไลน์ (Hong Kong Airlines) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่รอการเชคอินนานมาก นานมากจริง ๆ เข้าแถวรอตั้งแต่ 23.00 น. เสร็จสิ้นทั้งกระบวนการโหลดกระเป๋าอะไรต่าง ๆ ก็เวลา 00.10 น. แล้ว อันนี้เราก็เข้าใจนะว่าการบินเข้าอเมริกา จำเป็นต้องให้ข้อมูลเยอะ สำหรับใครจะบินมาอเมริกา จำเป็นต้องเตรียมแจ้งที่อยู่ปลายทางจะไปหาใครอะไรต่าง ๆ แล้วแต่กรณี ซึ่งของเราต้องใส่ข้อมูลครบทุกอย่าง ถึงแม้จะบินเข้าออกบ่อยแค่ไหนก็ตาม ถ้าไม่ใช่พาสปอร์ตอเมริกา ก็จำเป็นต้องให้ข้อมูลตามที่เคาท์เตอร์เชคอินสอบถาม หลังเสร็จการเชคอินแล้วก็เข้าสู่การตรวจสอบความปลอดภัย ซึ่งวันนี้ก็อีกนั่นหล่ะ ระบบในสนามบินล่มจ้า อันนี้ก็ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไรนะ แต่ล่มได้สุดมาก เพราะข้อมูลที่ใช้บินเราผิด จำเป็นต้องไปเปลี่ยนตั๋วที่สนามบินของฮ่องกงอีก ไม่งั้นคือเราเข้าอเมริกาไม่ได้เลย อันนี้ก็ยังงงๆ อยู่ว่าบินออกจากไทยได้ยังไง เพราะแอร์กราวที่ฮ่องกง แจ้งว่าข้อมูลในการบินของเราเป็นข้อมูลจากพาสปอร์ตเล่มเก่า ซึ่งมันจะส่งผลให้เราบินไปต่อไม่ได้อีก เราจำเป็นต้องบินเข้าอเมริกาที่เมือง  San Francisco และไปต่อยังเมือง Indianapolis 

เดี๋ยวจะลิสคำถามที่ ตม ถามที่เจอไว้ให้ทีละข้อ เดินทาง 2 คนเรากับหลานคำถามก็จะแยกกับสลับถามไปมาอาจจะไม่ได้เรียงตามที่เขาถามนะ เอาเท่าที่จำได้เลย

1. ถามว่ามาอยู่นานแค่ไหน

2. ถามว่าอยู่ไทยทำอาชีพอะไร

3. ถามหลานว่าอยู่กับใครที่ไทย

4. ถามว่ามาหาใครบ้าง ทำไมได้มาช่วงนี้

5. จะเดินทางไปไหนกันต่อ

6. และสุดท้ายเหมือนจะมีคำถามที่เราจะจำข้อมูลไม่ได้ รอบนี้เราโดนถามเรื่องตั๋วบินกลับว่ามีหรือยัง ซึ่งเราก็จำเป็นที่จะต้องขอเปิดมือถือให้นางดู ก็ให้ดูตามปกติเลย รอบที่แล้วเราโดนถามเรื่องที่อยู่ว่าที่ที่กำลังจะไปบ้านเลขที่อะไร ถนนอะไร เมืองไหน อะไรประมาณนี้ ถ้าใครโดนคำถามพวกนี้ถ้าจำไม่ได้ก็บอกเขาเลยว่ามีในมือถือ หรือใครปริ้นเอกสารมาแล้วก็สามารถยื่นให้ดูได้เลย 

หลังจากตอบคำถามเสร็จเราก็ออกมาและเดินไปเพื่อเชคกระเป๋าอีกรอบ ต้องขนย้ายเองนิดหน่อย เพราะประเป๋าเรามันยังต้องบินต่อไปกับเรา ขั้นตอนนี้ใครที่มาอเมรกาจะต้องทราบดีนะ ถ้ายังไม่ปลายทางแบบลงสนามบินใดสนามบินหนึ่งแล้วยังต้องบินต่อไปอีก จำเป็นต้องเชคย้ายกระเป๋าไปยังสายการบินที่จะต้องบินต่อในประเทศอีกครั้ง รอบนี้เราและหลานก็ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ รวมระยะเวลาการบินยาวหน่อย เพราะช่วงนี้เมกากำลังสู้รบกับอิหร่าน

......

วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2568

รีวิวการเดินทางจากไทยไปอเมริกาเข้าเมือง Seattle

        สำหรับการรีวิวการเดินทางเข้าอเมริกาในครั้งนี้หวังว่าจะมีประโยชน์สำหรับหลาย ๆ ท่าน
- การเดินทางครั้งนี้บินด้วยสายการบิน EVA Airways โดยการเดินทางไฟล์ทบินเริ่มต้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ บินเวลา 15.10 น. ถึงไทเปที่เวลา 20.00 น. 
- สิ่งแรกที่ทำคือการเข้าไปเชคอินที่เคาท์เตอร์ สำหรับคนที่จะเดินทางไปอเมริกา จำเป็นต้องแสดงวีซ่าที่ติดอยู่กับพาสปอร์ต ไม่ว่าจะเป็นเล่มเก่าหรือเล่มใหม่ต้องพกติดตัวเสมอ และสิ่งที่สำคัญจะต้องมีที่อยู่ปลายทางสำหรับการเข้าพัก อันนี้จากประสบการณ์บินหลายครั้งจะโดนถามตลอด และบางครั้งจำเป็นต้องมีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อปลายทางด้วย ส่วนกระเป๋าที่โหลดก็ห้ามพกพวกแบทเตอรี่ในกระเป๋ากับอาหารที่่เป็นเนื้อทุกชนิด อาจจะเสี่ยงโดนตรวจตอนเข้าเมกาได้สำหรับพวกเนื้อสัตว์ต่าง ๆ 
- หลังจากที่ดำเนินการตรวจสอบเอกสารต่างๆ และพร้อมรอขึ้นเครื่องก็ไปรอบินที่เกท และบินไปยังไทเป สำหรับรอบนี้ ด้วยสายการบิน EVA Airways เมื่อถึงไทเปแล้วการเข้าเมืองก็ไม่มีความยุ่งยากใด ๆ แต่จำเป็นต้องตรวจ security ในสนามบินเพื่อไปรอการบินไปยังอเมริกาอีกรอบ ไทเปนี้ไม่จำเป็นต้องทำการสแกนพาสปอร์ต เหมือนที่ ตม. เกาหลี อันนี้จากประสบการณ์การเดินทาง ถ้าเป็นสายเกาหลีต้องมีการยิงพาสปอร์ต เพื่อทำการรีเชคอีกรอบและอาจจะมีการสอบถามจากเจ้าหน้าที่ด้วย
- โดยรวมสนามบินของไทเป เนื่องจากไปถึงช่วง 20.00 แล้ว ร้านค้าที่เป็นร้านอาหารต่าง ๆ จึงไม่ค่อยมีเปิดให้รับประทานเท่าไรนัก แต่โดยรวมการเดินต่อเกทจากที่ตรวจ security ในสนามบินนั้นหาได้ง่ายและสะดวก
************************************



- หลังจากนั้นก็ไปรอบินจากไทเป ไปยัง Seattle อเมริกา อันนี้น่าจะเป็นความโชคดีในการเดินทางเนื่องจาก EVA Airways เที่ยวนี้ที่นั่งว่างเยอะ จึงได้นอนยาวจากไทเปไปจนถึง Seattle เลย ซึ่งเวลาบินโดยรวมประมาณ 10h 50m duration ทำให้การเดินทางไม่เหนื่อยมาก 
- เมื่อถึงสนามบิน Seattle จากมุมมองของผูเดินทางถือว่าเป็นสนามบินที่ใหญ่มากเนื่องจากระยะเวลาที่เดินจากการลงเครื่องไปยังสถานที่ตรวจคนเข้าเมืองนั้นใช้เวลาประมาณ 10 นาที ด้วยการเดินและป้ายต่าง ๆ มีบอกไว้ชัดเจนมากจึงไม่เสียเวลา 
************************************



- การเข้าเพื่อตรวจคนเข้าเมืองใน Seattle แตกต่างจาก ตม. อื่นๆ ที่เคยผ่านมาเนื่องจากต้องได้ไปนำกระเป๋าที่โหลดมาจากที่ไทยเข้าไปตรวจด้วย แตกต่างจาๆที่ ตม นิวยอค ชิคาโก้ และบอสตัน ที่เคยผ่านมา และอีกอย่างที่เห็นได้ชัดคือตำแหน่งโต๊ะที่นั่งของคนตรวจคนเข้าเมืองจากปกติ คนตรวจจะนั่งที่สูงกว่าเราที่เข้าเมืองแต่ที่ Seattle คนตรวจคือนั่งโต๊ะที่ต่ำกว่าเราที่เป็นคนตอบคำถาม ซึ่งทำให้ความรู้สึกการตรวจเข้าเมืองในครั้งนี้รู้สึกไม่กดดันมากนัก มาสู่คำถามในการเข้าเมืองครั้งนี้ เอาเท่าที่จำได้ *****
1. ถามว่ามาพักนานเท่าไร 
2. แล้วจะไปไหนต่อ 
3. ไปหาใคร 
4. แล้วปกติพักอยู่ที่ไหนก่อนเดินทางเข้าเมกา 
5. พกเงินมาเท่าไร 
6. ในกระเป๋าที่นำมาไม่มีพวกเนื้อสัตว์ใช่ไหม อันนี้คือคำถามพื้นฐานทั่วๆ ไป *****
         แต่รอบก่อนหน้านี้เราโดนหนักมากที่อีก ตม หนึ่ง เดี๋ยวจะรีวิวในโพสต่อไป ระหว่างที่ยืนตอบคำถามอยู่นั้นก็จะมี K-9 เดินมาดมเราและกระเป๋าเรื่อยๆ จริงๆ K-9 เขาตรวจตั้งแต่ตรงรอเอากระเป๋าออกจากรางแล้ว แล้วก็มาดมอีกรอบตอนยืนตอบคำถามประมาณนี้ พอตอบเสร็จเราก็ออกจากที่ตรวจคนเข้าเมือง
- เมื่อออกจากที่ตรวจคนเข้าเมืองเราก็ต้องนำกระเป๋าเดินทางไปยังสถานที่ Bag drop ต่ออีกรอบเนื่องจากเรายังมีไฟล์ทบินต่อไปยัง Indianapolis ต่อ อันนี้บินในประเทศก็เข้าตรวจ security ในสนามบินตามปกติซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละสนามบินว่าจะอยู่ในรูปแบบไหน เช่น ถอดรองเท้าไหม ถอดเสื้อคลุม หรือพวกนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ มือถือ ไอแพด ต้องออกจากกระเป๋าไหม แต่ที่จะเหมือนกันทุกสนามบินคือถ้าเดินทางมาแบบมีเด็กด้วยต้องเข้าช่องตรวจแบบพิเศษ ในความรู้สึกส่วนตัวนะอเมริกาค่อนข้างให้ความสำคัญกับเด็กๆ มาก 
- หลังจากผ่าน security ในสนามบิน เป็นที่เรียบร้อยเราก็ไปรอที่เกทเพื่อเดินทางไปยัง Indianapolis อันนี้สำหรับคนที่ได้ตั๋วมาจากไทยเลย หรือจากที่ไกลๆเลย อาจจะต้องรีเชคเกทการขึ้นเครื่องใหม่นะ เนื่องจากอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดที่อเมริกา ของเราเกทก็เปลี่ยน แต่ก็สามารถเชคจากบอร์ดในสนามบินได้หรือเชคผ่านโทรศัพท์มือถือได้ตลอด และอีกอย่างตั๋วที่เราได้มาเนื่องจากมันเกิน 24 ชั่วโมงอาจจะต้องมีการตีตั๋วการบินใหม่ที่ information ของเกทที่จะขึ้นเครื่องด้วย แต่ไม่ต้องกังวลพวกที่นั่งต่าง ๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อาจจะต้องเปลี่ยนแค่เป็นตั๋วการบินของสายการบินนั้น ๆ เพราะเราบินสายการบินของ Alaska Airlines เพราะตอนได้ตั๋วได้มาจาก EVA Airways ที่มาจากไทย
************************************
            ปล. ภาพประกอบอาจจะไม่เยอะเท่าไรเพราะมัวแต่ทำนั่นนี่เยอะ





วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2568

รีวิวการเดินทางจากไทยไปอเมริกาเข้าเมือง Newyork สนามบิน Newark

        สำหรับการรีวิวครั้งนี้หวังอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่อยากจะเดินทางไปยังอเมริกา

- สำหรับการเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ถือได้ว่าเป็นครั้งที่ 2 ในการเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ระยะเวลาการเดินทางระหว่างวันที่ 2023-10-08-2023-10-28 เป็นครั้งแรกที่ต้องเป็นผู้นำการเดินทางคนเดียวเพื่อพาหลานสาวเดินทางไปพบครอบครัวที่อเมริกา ทั้งตื่นเต้นและกังวลหลาย ๆ อย่าง ตื่นเต้นมากๆ สำหรับครั้งนี้ โดยการบินครั้งนี้บินไปที่สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น แล้วถึงเข้าอเมริกา เข้าเมือง Newyork สนามบิน Newark แล้วถึงบินไปต่อที่รัฐ Maine เมือง Portland เป็นการเดินทางครั้งที่ 2 และเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างยาว

***************************************

- หลังจากบินจากไทยเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น ก็ดำเนินการตามขั้นตอนของประเทศญี่ปุ่นเลยนะ อันนี้แล้วแต่สนามบินและแต่ประเทศที่เราไปต่อ ด้วยสายการบิน ANA ที่ร่วมกับสายการบิน United Airline ซึ่งน่าจะเป็นความร่วมมือกันระหว่างประเทศญี่ปุ่นและอเมริกา อันนี้ตอนบินจากไทยจะเป็นสายการบิน ANA ส่วนต่อจากนาริตะ ไปอเมริกา จะเป็นสายการบินของ United Airline เมื่อเข้าสู่ประเทศอเมริกาเข้าสู่สนามบิน Newyork Newark ก็เดินตามคนข้างหน้าไปเพื่อเข้าไปยัง ตม เมื่อถึงก็ตอบคำถาม รอบนี้ถามไม่เยอะเพราะจากประวัติการเข้าเมืองในรอบเมษยนที่ผ่านมาเขาก็น่าจะเห็นแล้วว่าเราเพิ่งเดินทางเข้ามาก่อนหน้านี้ แต่ก็ถามทั่ว ๆ ไป เช่น 

1. จะไปไหนต่อ *****

2. อยู่กี่วัน 

3. ในกระเป๋าไม่มีกล้วย ไม่มีแอปเปิ้ลใช่ไหม 

4. และหลานที่มากับเราโอเคกับการเดินทางครั้งนี้หรือป่าว 

5. แล้วก็ถามว่าจะไปหาใคร 

6. ปลายทางมีใครรอยู่ ประมาณนี้ *****

          อันนี้ไม่ค่อยตื่นเต้นมาก แต่ตื่นเต้นเพราะต้องใช้ภาษาอังกฤษรัว ๆ ตอนแรกก็คิดว่าจะตอบไม่ได้ แต่พอฟังเขาถามเหมือนเสียงในหัวมันก็พูดออกมาเอง ถามว่าพูดสำเนียงภาษาอังกฤษเปะ ขนาดนั้นไหม ตัวเราเองเราตอบเลยว่าไม่ เหมือนตอบเป็นสำเนียงบ้านเกิดตัวเองมากกว่า แต่มันเป็นภาษาอังกฤษ เลยต้องพูดออกไป พออกจาก ตม ได้ ก็ต้องไปทำการ Bag Drop เพื่อบินไปยัง Maine เมือง Portland อันนี้ ขอรีวิวสนามบินนิดหนึ่ง คือสนามบินใหญ่มากกกกก ใช้คำว่าใหญ่มากกกๆ เพราะออกมาต้องขึ้น Air Train ในสนามบิน ผ่านประมาณ 3 สถานีเพื่อไปยังเกทที่เราต้องบินต่อ หลังจากลงแล้วก็ยังต้องเดินเท้าต่ออีกประมาณ 1.5 กม หรือถ้าใครของเยอะก็สามารถขึ้นรถบัสรับส่งได้ แต่สำหรับเรากับหลานที่มาด้วยกันตัดสินใจเดินเนื่องจากพวกเรานั่งกันมานานมาแล้ว เลยอยากออกกำลังกายไปด้วย

***************************************

- หลังจากตรวจสอบความปลอดภัยก่อนขึ้นเครื่องเสร็จเราและหลานก็ไปนั่งรอขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางไปยัง เมือง Portland ต่อ ก็จบทริปการเดินทางเพียงเท่านี้ 







        ปล. ภาพมีประปรายเพราะมัวแต่มองนั่นนี่ในการเดินทาง ก็หวังว่าประสบการณ์ที่ได้แชร์ไปในครั้งนี้จะมีประโยชน์ต่อหลายๆ ท่านนะ 


วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568

รีวิวการเดินทางจากไทยไปอเมริกาเข้าเมือง Boston

         สำหรับการรีวิวครั้งนี้ก็หวังว่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่จะเดินทางเข้าเมกาที่เมืองบอสตัน ครั้งนี้รอบที่ 5 ที่เดินทางมาเมกา ก็ยังตื่นเต้นทุกครั้ง

- เริ่มที่การเดินทางจากสุวรรณภูมิด้วยสายการบิน Korean Air เดินทางระหว่างวันที่ 23 มีนาคม 2025 กลับวันที่ 10 พฤษภาคม 2025  การเดินทางเริ่มจากเชคอินที่เคาท์เตอร์ของ Korean Air สิ่งแรกในการเดินทางทุกครั้งที่จะไปเมกา จำเป็นต้องมีวีซ่าในการเดินทางไม่ว่าจะอยู่ในพาสปอร์ตเล่มเก่าหรือใหม่ต้องพกไปเสมอ และสิ่งที่จำเป็นคือการอ้างอิงที่อยู่ที่ปลายทาง และชื่อ เบอร์โทรศัพท์ของบุคคลปลายทาง อันนี้โดนถามทุกครั้งตั้งแต่อยู่ที่ไทย แต่พอไปต่อเครื่องอันนี้จะขึ้นอยู่กับประเทศที่เราไป ถ้าเป็นที่ญี่ปุ่นก็ต้องใส่ข้อมูลทุกอย่างเหมือนไทย ที่เวียดนามก็เช่นเดียวกัน อยากให้เตรียมข้อมูลกันให้พร้อม

- หลังจากเดินทางจากไทยไปถึงสนามบินอินชอลที่เกาหลีนั้น ถึงแม้ว่าเราจะต่อเครื่องโดยไม่ได้เข้าประเทศเกาหลีก็ตามจำเป็นต้องสแตมพาสปอร์ตในการเข้าและออกประเทศเกาหลีเสมอ เหมือนเป็นการตรวจสอบอีกรอบซึ่งถ้าพาสปอร์ตมีปัญหา  อาจจะมีโอกาสติด ตม ที่เกาหลีได้เลย หลังจากที่เราสแกนพาสปอร์ตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เข้าสู่การตรวสอบ security ตามปกติ แต่ที่เกาหลีค่อนข้างซีเรียสนะ เพราะต้องเอาพวกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ มือถือ ไอแพด ออกมาตรวจเลย แล้วก็มีการตรวจสอบหน้าพาสปอร์ตเราอีกรอบว่าตรงกับใบหน้าเราไหม โดยเจ้าหน้าที่ ตม ของเกาหลี หลังจากออกจาก security ได้แล้วก็เดินไปที่เกทเพื่อขึ้นเครื่องบินต่อ

- หลังจากใช้เวลาบนเครื่องบินประมาณ Depart: 9:10 AM, Arrive: 9:40 AM ยาวนานอยู่เหมือนกันนอนแล้วนอนอีก แต่ของกินเล่นพวกขนมบนเครื่องบินของ Korean Air อร่อยดีนะ เช่น พวกมันฝรั่งทอด แซนวิช ก็พอได้ อันนี้จะมีสามสายการบินร่วมกัน ที่จำได้เราได้นั่ง 2 สายการบิน คือ Korean Air และ Delta แต่ถ้าจากไทยไปเกาหลี เกาหลีไปเมกา จะเป็นสายการบิน Korean Air แต่หลังจากที่เข้าเมกาถ้ามีต่อเครื่องอีกก็จะขึ้นอยู่กับเราแล้ว แต่ขาที่เรากลับมาจากเมกานั้นใช้สายการบินของ Delta เนื่องจากเป็นสายการบินที่มีความร่วมมือระหว่างกัน อันนี้น่าจะแล้วแต่เมืองหรือสนามบินที่เราบินกลับด้วยนะ ขากลับเรากลับออกจากสนามบินเมือง Detroit Detroit, MI (DTW-Detroit Metropolitan Wayne County) เผื่อไว้เป็นข้อมูลเบื้องต้น

**************************************************

- เมื่อเดินทางถึงสนามบิน Boston, MA (BOS-Logan Intl.) เนื่องจากรอบนี้เป็นช่วงที่ทรัมป์ขึ้นเป็นนายก ของเมกาคำถามที่เราเจอตอนเข้า ตม คือเยอะมาก เทียบจากรอบก่อนๆ ที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเครียดในการตอบคำถามเข้าเมืองจนเหงื่อออกมือเลยทีเดียว แต่ก็จะมีพวกคำถามพื้นฐานร่วมด้วย และมีคำถามเกี่ยวกับตัวเราและคนที่บินร่วมกับเราเยอะมาก เหมือนถามสลับไปมาเพื่อให้เราตอบไม่ได้ เช่น 

1. คำถามอยู่นานเท่าไร 

2. เอาเงินมาเท่าไร 

3. ที่ไทยอยู่กับใคร 

4. จะมาหาใครบ้าง 

5. ที่อยู่จะไปที่ไหน 

6. ของเราพาสปอร์ตไทย และวีซ่าท่องเที่ยว โดนถามไปถึงอาชีพที่ทำก่อนมาสอบวีซ่า ทำงานอะไร สอนอะไร 

แล้ว ตม คือหน้าเครียดมาก และเป็นครั้งแรกที่เราขอโดนเชคโทรศัพท์มือถือ เนื่องจาก ตม ถามถึงที่พักที่เราจะไป ทีนี้จำไม่ได้ เลยบอกเขาไปว่ามีข้อมูลในมือถือนะ จะดูไหม ตม ก็เอามาเลยจ้าจะเชคอะไรประมาณนี้ หลังจากตอบคำถามไปเรื่อย ๆ ก็เสร็จสิ้นและออกมาจาก ตม แต่หลังจากเดินไปเอากระเป๋าเพื่อไปทำ Bag drop เพื่อไปยังปลายทางอีก ก็ยังเจอกลุ่มน่าจะตำรวจที่เป็น ตม หรืออะไรไม่รู้แหละก่อนทางออก มาถามเราอีกรอบ จะไปไหน ไปหาใคร ทำงานอะไรที่ไหน เอาเงินมาเท่าไร ประมาณนี้ อันนนี้เราก็ตอบไปตามปกตินะ จนกระทั่งผ่านออกมาเพื่อบินต่อไปยัง Indianapolis 

**************************************************








ปล. ถ่ายภาพประกอบน้อยมาก มัวตกใจกับ ตม ที่ถามคำถามมาเยอะ เยอะแบบสุดๆ 


วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568

รีวิวการเดินทางจากไทยไปอเมริกาเข้าเมือง Chicago เป็นครั้งแรกในการไปอเมริกา

         สำหรับการรีวิวครั้งนี้หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อผู้เข้ามาอ่าน 

- การเดินทางครั้งนี้เริ่มที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังเวียดนาม ไปญี่ปุ่น และปลายทางคืออเมริกา อันนี้การเดินทางจะยาวนิดหนึ่งเพราะไปกับที่บ้านและแวะเที่ยวกันหลายที่ ครอบครัวเราบินไปลงเวียดนามเนื่องจากจะตั้งสถานีการบินแรกคือที่เวียดนาม พร้อมกับแวะเที่ยวเวียดนาม 3 วันกันเลยทีเดียว หรืออาจจะถือได้ว่าการเริ่มต้นนั้นเริ่มจากสนามบินเวียดนาม ฮานอย (IATA: HAN, ICAO: VVNB) พี่ชายที่จองตั๋วบอกว่าค่าตั๋วถูกมาก ถ้าเทียบจากการบินจากไทยไปต่อยังประเทศญี่ปุ่น บ้านเราจึงถือโอกาสเริ่มต้นที่เวียดนามแล้วค่อยไปต่อที่ญี่ปุ่น แล้วค่อยไปต่อที่อเมริกา

************************************

- หลังจบการเที่ยวที่เวียดนาม การบินต่อไปยังญี่ปุ่นจะเป็นสายการบิน ANA Airline เริ่มต้นการเดินทางก็มีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นเนื่องจากนามสกุลที่จองตั๋วกับในพาสปอร์ตไม่ตรงกัน จึงต้องดำเนินการติดต่อหลายฝ่ายจนนาทีสุดท้ายสายการบิน ANA Airline ที่เวียดนามจึงยอมให้ขึ้นเครื่องไป อาจจะเพราะปลายทางเป็นอเมริกาหรือด้วยหลายเหตุผลใดๆ อันนี้เราก็ไม่ทราบได้ พอบินจากเวียดนามไปญี่ปุ่น มีเวลาพักเครื่อง 10 ชั่วโมง จึงตัดสินใจแวะออกไปเที่ยวระหว่างรอเครื่อง ช่วงนั้นยังมีการติดพันช่วง Covid ด้วยการเข้าเมืองจึงต้องมีการลงทะเบียน อะไรต่างๆ ค่อนข้างเยอะ ขั้นตอนการเข้าประเทศญี่ปุ่นเรามีทั้งการลงทะเบียนออนไลน์ไว้ล่วงหน้าและพอถึงจะเข้าจริงๆ ก็ต้องมีการเขียนใบเข้าเมืองอีกครั้ง ประมาณนี้ หลังจากเที่ยวเสร็จก็กลับเข้ามาสนามบินเพื่อบินไปยังเมือง Chicago ที่อเมริกา อันนี้เดินทางช่วง 2023-04-10-2023-04-21

************************************

- เมื่อเข้าถึงอเมริกา สนามบินเมือง Chicago ตอนแรกที่ไปถึงตกใจมากกกก เพราะคนเยอะ แต่ที่บ้านเรายังมีไฟล์บินต่อไปยัง Orlando ต่ออีก หลังจากลงเครื่องก็ทำการ Bag Drop เพื่อนำกระเป๋าที่โหลดมาไปส่งต่อให้เดินทางไปยังไฟล์บินที่จะไป Orlando หลังจาก Bag Drop เป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ไปเข้าคิวเพื่อเข้าไปสอบสัมภาษที่ ตม Chicago อันนี้ต้องแยกพาสปอร์ตระหว่างต่างชาติ กับคนอเมริกา อันนี้ก็น่าจะเป็นมาตรฐานทั่วไปของทุกประเทศไทย ที่ไทยก็แบบนี้ และเรามาเป็นครอบครัวเวลาสัมภาษณ์ก็เข้าไปพร้อมกันทีเดียว 3 คน อันนี้มารอบแรกค่อนข้างที่จะตื่นเต้น เพราะอยู่ที่ไทยไม่ค่อยได้ใช้ภาษาอังกฤษ กังวลว่าจะฟังไม่ออกด้วย ตอบไม่ได้ด้วย อันนี้เราตอบคำถามช่วยกันกับพี่ เอาเท่าที่จำได้เลย ตม ก็ถามระยะเวลาที่จะอยู่ ไปหาใคร เป็นอะไรกับคนที่จะไปหา จะกลับประมานวันไหน อันนี้ถามไม่เยอะมากแต่เราตื่นเต้นไปเองเพราะเป็นครั้งแรกที่เดินทางเข้าเมกา หลังจากออกจาก ตม แล้วก็ต้องเดินหาเกทที่จะบินต่อไปยัง  Orlando เมืองที่น้องสาวอยู่ 

************************************

วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567

รีวิวเที่ยวไทย >> เมืองสะหวันนะเขต >> ดานัง >> ฮอยอัน >> เว้

ปล. รูปเยอะมากอัพไม่ไหว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://drive.google.com/drive/folders/1vyNrjPHT8x8EUq68X8iRpczx9R5d-nfi?usp=sharing 

- วันแรกของการเดินทางออกจากบ้าน 27 ธันวาคม 2567 จากร้อยเอ็ดไปยังมุกดาหาร ถึงที่ฝากรถเที่ยงๆ ก็ข้ามเขตจากไทยไปลาวเข้าเมืองสะหวันนะเขต เดินเที่ยวรอบเมืองเพื่อดูบรรยากาศและพักกินข้าวเที่ยงกันก่อนจะไปยังเมืองเซโน อาหารเด็ดคือไก่ย่างเซโน นอนพักในเมืองสะหวันนะเขต เพื่อตอนเช้าวันที่ 28 จะได้ขึ้นรถบัสไปยังเมืองดานัง

  
 

- วันที่ 2 ของการเดินทางคือเช้า 28 ธันวาคม 2567 เดินทางออกจากเมืองสะหวันนะเขต ด้วยรถบัสของคนเวียดนามเพือไปยังเมืองดาดัง ซึ่งเป็นรถกึ่งนั่งกึ่งนอนมั้ง เรียกไม่ถูก เดินทางตั้งแต่ 9.00 ไปถึงขนส่งเลย คือเวลา 20.00 คือเดินทางยาวนานมาก ระหว่างทางมีจอดให้ฉี่กลางป่า ไม่งั้นก็ต้องรอไปฉี่ที่ด่านลาวบาว ซึ่งเป็นด่านที่ข้ามจากลาวไปเวียดนาม นานมาก อันนี้ใครไม่กล้าฉี่กลางป่าก็จะลำบากนิดหนึ่ง ส่วนตัวแล้วแวะฉี่กลางป่าแทบทุกครั้งรถจอด ผู้โดยสารส่วนใหญ่คนไทยเยอะเพราะคนไปเที่ยวหยุดยาวปีใหม่ มีฝรั่ง คนลาว คนเวียด ประปราย พอเราถึงด่านข้ามเขนลาว เวียดนามก็ต้องลงรถเพื่อทำการสแตมป์พาสปอร์ต อันนี้ก็ใช้เวลาสักพักและรถจอดให้เราพักกินข้าวด้วย เนื่องจากไปถึงด่านน่าจะสักบ่ายๆ แล้วอันนี้ลืมถ่ายภาพเก็บไว้ ได้มีโอกาสนั่งกินข้าวกับคนไทยอีก 2 คนเจอกันโดยบังเอิญมากๆ และพอขึ้นรถก็นั่งยาวไปอีกจนถึงดานัง ถึงประมาณสองทุ่มเลยทีเดียว เรากับพี่ก็หาที่พักเอาข้างหน้าจองเปลี่ยนไปเรื่อย โรงแรมคืนแรกพักใกล้ๆชายหาดของเมืองดานัง ค่าโรงแรมไม่แพงมาก 600 บาท 2 คนก็ตกคนละประมาณ 300 สิ่งแรกที่เข้าโรงแรมแล้วคือการออกมาหาข้าวกินก่อน เจอร้านใกล้ๆที่พัก กินก่อนเลยเพราะหิวมากหลังจากนั้นก็เดินเที่ยวรอบๆเมือง ฝนตกบ้างเล็กน้อยแต่ก็ใส่หมวกเดินเที่ยวได้ 

- วันที่ 3 ของการเดินทาง คือเช้า 29 ธันวาคม 2567 คือเที่ยวในดานังหลายที่เหมือนกัน ไฮไลท์คือการขึ้นกระเช้าเพื่อไปชม Golden Bridge แต่ฝนและหมอกหนักมากมองไม่ค่อยเห็นอะไร แต่คนก็ยังเยอะ แทบจะไม่มีที่เดิน ปล. ชาวเวียดนามไม่มีหยุดปีใหม่นะ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีแต่ต่างชาติ จีน ฝรั่ง เกาหลี ไทย เวียดนามคือเจอน้อยมาก ฝรั่งคือมาเยอะสุดที่ Golden Bridge แต่ก็หลากหลายเชื้อชาติ หลังลงกระเช้าก็แวะกินข้าวที่ร้านดังที่ชายหาดก่อนจะนั่งรถต่อมายังเมืองฮอยอันก็ถึงเป็นเวลากลางคืนพอดี เรากับพี่ก็ได้เที่ยวตลาดกลางคืนที่ฮอยอันบรรยากาศและนักท่องเที่ยวเยอะมาก 

- วันที่ 4 ของการเดินทาง คือวันที่ 30 ธันวาคม 2567 เนื่องจากเมื่อวานมาถึงเมืองฮอยอันช่วงค่ำช่วงเช้าเลยตื่นมาเที่ยวฮอยอันเลย **** เดี๋ยวมาเขียนต่อ**** ตอนบ่ายเวลาประมาน 14.30 น. เรากับพี่ก็นั่งรถไฟต่อมายังเมืองเว้ ซึ่งมาถึงก็ค่ำพอดี เมืองนี้เป็นเมืองสุดท้ายของการเดินทางของเราและพี่ เราชอบเมืองนี้มากเนื่องจากมีสุสานเก่าเยอะ ไปไม่ครบทั้งหมดคิดว่ามีโอกาสก็จะแวะไปเมืองเว้อีกสักครั้ง ปล. ถ้าใครสนใจจะไปเที่ยวเมืองเว้ด้วยบอกมาได้นะ เราก็อยากไปอีก

- วันที่ 5 ของการเดินทาง คือวันที่ 31 ธันวาคม 2567 อันนี้คือเที่ยวช่วงเช้าไปสุสานต่างๆ เยอะมาก  และตอนเย็นก็เคาท์ดาวกลางเมืองเว้ บรรยากาศดีมากๆ **** เดี๋ยวมาเขียนต่อ****

- วันที่ 6 ของการเดินทาง คือวันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นวันสุดท้ายของการเดินทาง เราก็นั่งรถบัสจากเมืองเว้กลับไปยังเมืองสะหวันนะเขต ซึ่งรอบนี้เป็นรถบัสของคนลาว จะไม่เป็นรถกึ่งนั่งกึ่งนอนแล้ว จะเป็นรถนั่งยาวๆ นั่งจนปวดหลัง แต่ดีหน่อยคนลาวจอดให้เข้าห้องน้ำตามร้านอาหารหรือบ้านคน ซึ่งดีกว่าขาไปมากต้องฉี่กลางป่า อันนี้แล้วแต่คนถนัดนะถ้ากลั้นไหวก็ยาวไปถึงด่านได้ แต่เราแวะได้ทุกที่ ถึงด่านลาวก็มืดค่ำ ประมาณ 17.30 เรากับพี่ขึ้นรถบัสเพื่อข้ามจากลาวมาไทยรอบ 18.00 เลยพอมาถึงฝั่งไทย ก็ขับรถกลับบ้านต่อเลย คือไม่ได้เหนื่อยมาก แต่ถ้าใครเหนื่อยมากก็พักได้ที่มุกดาหารหรือจะเลือกนอนที่ฝั่งลาวก็ได้ แล้วแต่ความสะดวก สิ่งเดียวที่รู้สึกว่าแพงมากในการเดินทางครั้งนี้คือค่าฝากรถ เพราะฝากตกคืนละ 250 บาทเลย ปกติเราข้ามด่านหลายด่านมาก ที่อุบลราชธานี หนองคาย นครพนม สุรินทร์ (อันนี้ข้ามไปนครวัดนครธม) น่าน (ไปถึงแต่ช่วงนั้นโควิดเขาไม่ให้นักท่องเที่ยวข้ามเลยไม่รู้ราคา) ก็ตกคืนละ 100 บาท แต่ฝั่งมุกดาหารคือโหดมาก

******** พักไว้ก่อนเดี๋ยวมาเขียนต่อ

วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

รายการสอน

แบบประเมินผู้สอน
ภาคการศึกษา 1/2568
        6. CSC3114 - วิศวกรรมซอฟต์แวร์
ภาคการศึกษา 3/2567
ภาคการศึกษา 2/2567
        2. COS3002 - วิธีการทางสถิติสำหรับวิทยาการคอมพิวเตอร์
        3. CSC2103 - วิธีการทางสถิติสำหรับวิทยาการคอมพิวเตอร์
        4. CIT4103 - คลังข้อมูลและเหมืองข้อมูล
ภาคการศึกษา 1/2567
        6. CSC3114 - วิศวกรรมซอฟต์แวร์
        7. CSC3227 - การทำเหมืองข้อมูล
        8. COS1206 - วิทยาศาสตร์ข้อมูลเบื้องต้น
        9. COS2105 - ภาษาอังกฤษสำหรับวิทยาการคอมพิวเตอร์
ภาคการศึกษา 3/2566
ภาคการศึกษา 2/2566
        3. COS3002 - วิธีการทางสถิติสำหรับวิทยาการคอมพิวเตอร์
        4. CIT4103 - คลังข้อมูลและเหมืองข้อมูล
        5. COS1206 - วิทยาศาสตร์ข้อมูลเบื้องต้น
        6. CSC1105 - สถาปัตยกรรมและระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
ภาคการศึกษา 1/2566
ภาคการศึกษา 3/2565
ภาคการศึกษา 2/2565
         4. CIT4103 - คลังข้อมูลและเหมืองข้อมูล
ภาคการศึกษา 3/2564
         1. GEN4107 - ชีวิตและเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ 
ภาคการศึกษา 2/2564
         1. CIT4103 - คลังข้อมูลและเหมืองข้อมูล 
ภาคการศึกษา 2/2563
ภาคการศึกษา 1/2563
         1. GEN4107 - ชีวิตและเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ 
         2. CIT1001 - พื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ
         3. COS3103 - วิศวกรรมซอฟต์แวร์
         4. COS3001 - วิยุตคณิตศาสตร์
         5. ITE4103 - คลังข้อมูลและการขุดค้นข้อมูล
ภาคการศึกษา 3/2562
         1. GEN4107 - ชีวิตและเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ 
ภาคการศึกษา 2/2562
         1. ITE4103 - คลังข้อมูลและการขุดค้นข้อมูล
         2. CSI3202 - การทำเหมืองข้อมูล
         3. CSI4203 - ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
         4. CIT1003 - ระบบปฏิบัติการและเทคโนโลยีแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์
ภาคการศึกษา 1/2562
         1. CSI3102 - วิศวกรรมซอฟต์แวร์
         2. CIT1001 - พื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ
         3GEN4103 - การศึกษาค้นคว้าและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการปฏิบัติงาน
         4. ITE4001 - โครงงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
ภาคการศึกษา 2/2561
         1. ITE1001 - คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
         2. CSI3202 - การทำเหมืองข้อมูล
         3. CSI4203 - ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์           
         4GEN4103 - การศึกษาค้นคว้าและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการปฏิบัติงาน
         5. CIT1003 - ระบบปฏิบัติการและเทคโนโลยีแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์
ภาคการศึกษา 1/2561
         1GEN4103 - การศึกษาค้นคว้าและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการปฏิบัติงาน
         2. ITE2002 - โครงสร้างข้อมูลและขั้นตอนวิธี
         3. ITE2003 - เทคโนโลยีแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์
         4ITE1001 - คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
         5. CIT1001 - พื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ
ภาคการศึกษา 2/2560
         1. ITE1001 - คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
         2. CSI3202 - การทำเหมืองข้อมูล
         3. CSI4203 - ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์           
         4GEN4103 การศึกษาค้นคว้าและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการปฏิบัติงาน
ภาคการศึกษา 1/2560          
         1. ITE1001 - คอมพิวเตอร์เบื้องต้น         
         2. GEN4103 การศึกษาค้นคว้าและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการปฏิบัติงาน         
         3. ITE2002 - โครงสร้างข้อมูลและขั้นตอนวิธี         
         4. ITE2003 - เทคโนโลยีแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์
ภาคการศึกษา 2/2559
           1. ITE1001 - คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
           2. CSI3202 - การทำเหมืองข้อมูล
           3. CSI4203 - ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
ภาคการศึกษา 1/2559
           1. ITE1001 - คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
           2. GEN4103 การศึกษาค้นคว้าและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการปฏิบัติงาน
           3. CSI3106 - การบริการบนเว็บและสถาปัตยกรรมการบริการ
           4. CSI2206 - ระบบคอมพิวเตอร์และสถาปัตยกรรม
ภาคการศึกษา 2/2558
          1. GET4103 - เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการปฏิบัติงาน
          2. CSI3202 - การทำเหมืองข้อมูล Data Mining
          3. 4123502 - ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
ภาคการศึกษา 1/2558
           1. 4124905 - หัวข้อพิเศษเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
           2. CSI3106 - การบริการบนเว็บและสถาปัตยกรรมการบริการ
           3. GET4103 - เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการปฏิบัติงาน
           4. 4123617 - การประยุกต์ใช้งานมัลติมีเดีย
           5. 4122603 - คอมพิวเตอร์กราฟิก


มคอ.3