วันอังคารที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

7 วิธี ลดการใช้ถุงพลาสติกและโฟม

              ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาลำดับต้น ๆ ที่ประชาชนทุกคนต้องช่วยกันแก้ไข เทศบาลตำบลสันป่าตอง เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับการเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบันมีการนำถุงพลาสติกและกล่องโฟมมาใช้กันโดยทั่วไป ทั้งในระดับชุมชนจนถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทำให้เกิดปัญหาอุดตันท่อระบายน้ำ เกิดทัศนียภาพที่ไม่น่ามอง นอกจากนี้ กระบวนการผลิตจนถึงการกำจัดถุงพลาสติกและกล่องโฟมหลังการใช้งานก่อให้เกิดมลภาวะ ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อนอีกด้วย การแก้ปัญหาจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชน ช่วยกันลดการใช้ถุงพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากโฟมด้วยวิธีง่าย ๆ ที่เราทุกคนสามารถทำได้ ดังนี้

1. หลีกเลี่ยงการรับถุงพลาสติกเมื่อซื้อของน้อยชิ้น

2. เลือกใช้ภาชนะหรืออุปกรณ์ที่นำมาใช้ซ้ำได้ เช่น ถุงผ้า ตะกร้า ปิ่นโต เป็นต้น

3. พกของใช้ส่วนตัวที่ต้องใช้ประจำ เช่น ขวดน้ำหรือแก้วน้ำ เพื่อลดการซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติก

4. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทําจากวัสดุที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ เช่น บรรจุภัณฑ์ชานอ้อยหรือกระดาษ

5. คัดแยกขยะโดยหลังจากการใช้งานพลาสติกและกล่องโฟมแล้วให้ทําความสะอาด แยกทิ้งโดยไม่ทิ้งปะปนกับขยะประเภทอื่น

6. ซื้อของครั้งละมาก ๆ เพื่อลดการรับถุงพลาสติกจากการซื้อของบ่อย ๆ

7. นำถุงพลาสติกหรือกล่องโฟมที่ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์ซ้ำ

              เพียงเราทุกคนร่วมทำตาม 7 แนวทางในการลดใช้ถุงพลาสติกและกล่องโฟมที่กล่าวมาข้างต้น เท่านี้เราก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของพลังสำคัญในการช่วยกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนได้

ขอบคณข้อมูลจาก : เทศบาลตำบลสันป่าตอง

วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566

COS3205 - การออกแบบสื่อผสม

คำอธิบายรายวิชา  COS3205 - การออกแบบสื่อผสม (Multimedia Design) 3(2-2-5)
        
            ลักษณะและองค์ประกอบของสื่อมัลติมีเดีย ประเภทและการใช้งานของสื่อ มัลติมีเดีย การแปลงข้อมูลมัลติมีเดียให้อยู่ในรูปดิจิตอล หลักการลดขนาดข้อมูลที่ จัดเก็บ การปรับแต่งข้อมูลของมัลติมีเดีย ความรู้เบื้องต้นในการผลิตสื่อ ภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหวในระบบดิจิตอล การผลิตสื่อมัลติมีเดียโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปด้านสื่อมัลติมีเดีย

ผลงานนักศึกษา
ปีการศึกษา 2/2567


เอกสารประกอบการสอน


เอกสารประกอบการสอน:Downloads
บทที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสื่อประสมPDF
บทที่ 2 ทฤษฎีการเรียนรู้เกี่ยวกับสื่อประสม
PDF
บทที่ 3 หลักการออกแบบสื่อประสมPDF
บทที่ 4 การออกแบบสื่อประสมPDF
บทที่ 5 การใช้โปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับการออกแบบและผลิตสื่อประสม : LabPDF
บทที่ 6 การจัดองค์ประกอบของสื่อประสม : LabPDF
บทที่ 7 การพัฒนาสื่อประสมและการนำไปใช้งานด้านต่าง ๆ
PDF
บทที่ 8 การประเมินผลสื่อประสมPDF
บทที่ 9 ประโยชน์จากการใช้งานสื่อประสมPDF
บทที่ 10 แนวโน้มการพัฒนาสื่อประสมในอนาคตPDF
Lab1 : 5 ประเภทของภาพถ่ายที่ได้รับความนิยมตลอดกาลDocunemt
Lab2Docunemt
Lab3Docunemt
Lab4Docunemt
Lab5Docunemt

 

วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism)

            อาหารอีสาน อาหารพื้นเมืองของคนอีสาน เอกลักษณ์ของอาหารอีสาน ส้มตำ ลาบ ข้าวเหนียว ปลาร้า อาหารอีสานเป็นที่นิยม ร้านอาหารอีสานมีอยู่ทั่วไป สูตรอาหารที่ทำกินเองได้ [4]

            อาหารอีสาน อาหารไทย อาหารท้องถิ่น อาหารพื้นบ้าน อาหารอีสาน คือ อาหารพื้นเมือง อาหารพื้นบ้าน ชาวอีสาน เอกลักษณ์ของอาหารอีสาน คือ ส้มตำ ลาบ ข้าวเหนียว และ ปลาร้า อาหารอีสาน ได้รับความนิยมในประเทศไทย ร้านอาหารอีสาน มีอยู่ทั่วไป รวมสูตรอาหารต่างๆ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สูตรอาหารที่ทำกินเองที่บ้านได้

            การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) หมายถึง การเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นแหล่ง ผลิตอาหาร เทศกาลอาหาร ร้านอาหาร และการเรียนรู้ประสบการณ์ทางด้านอาหารในการชิมอาหารและ เครื่องดื่มผสมผสานการเชื่อมโยงวัฒนธรรมกับประวัติศาสตร์ [1,3]

            การท่องเที่ยวเชิงอาหาร คืออะไร ความหมายของการท่องเที่ยวเชิงอาหารมีคุณค่ามากกว่าแค่การดื่มกินอาหารเด็ดเมนูดังตามแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังครอบคลุมไปถึงการผลิต (เช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เยี่ยมชมแหล่งผลิตแบบพื้นถิ่น) ไปจนถึงขั้นหลังการบริโภค (เช่น การผลิตสินค้าที่ระลึกเพิ่มมูลค่า หรือแม้แต่การจัดการเศษอาหารเหลือทิ้ง) ด้วยความต่อเนื่องนี้จะเป็นโอกาสอันดีให้นักท่องเที่ยวได้เติมเต็มประสบการณ์และสัมผัสกิจกรรมท่องเที่ยวอันหลากหลายที่เกี่ยวเนื่องมาจากอาหาร ซึ่งจะยังประโยชน์ให้เกิดกับสังคมเศรษฐกิจของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว [2]

              เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ก็คือ การนำสินค้าหรือบริการมาเพิ่มมูลค่า โดยผ่านการคิดอย่างสร้างสรรค์ และนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงพื้นฐานทางวัฒนธรรม สังคม เข้ามาช่วยในการสร้างสรรค์ผลงานนั่นเอง [5]

              ค้นหาร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกโดย 'มิชลิน ไกด์' [6]

คำสำคัญ : การท่องเที่ยวเชิงอาหาร, อาหารอีสาน, เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และมิชลิน ไกด์

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

[1] ภูริ ชุณห์ขจร และชวลีย์ณ ถลาง. (2564). องค์ประกอบการท่องเที่ยวเชิงอาหารและส่วนประสมทางการตลาดบริการของนักท่องเที่ยวชาวไทยในการท่องเที่ยวเชิงอาหารชายฝั่งทะเลตะวันตก, Dusit Thani College Journal Vol.15 No.1 January - April 2021, P(66-82), Dusit Thani College.

[2] Gastronomy : การท่องเที่ยวเชิงอาหาร

[3] รูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเชิงอาหารไทย โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในเขตจังหวัดลุ่มแม่น้ำภาคกลาง

[4] อาหารอีสาน

[5] เศรษฐกิจสร้างสรรค์

[6] มิชลิน ไกด์

การสร้าง E-book โดยใช้ canva

 Canva คืออะไร

        Canva เป็นแอพพลิเคชันสำหรับสร้างสื่อการนำเสนอหลากหลายรูปแบบ เช่น Presentation, Poster, Card, Resume,Certificate, Infographic เป็นต้น ซึ่ง Canva นั้น จะมีขนาดมาตรฐานให้เลือกหรือผู้ใช้สามารถกำหนดขนาดเองได้ Canva ใช้งานง่าย สวยงาม สามารถแบ่งปันให้แก่ผู้อื่นได้

คู่มือการใช้งาน

ผู้ใช้สามารถเข้าใช้งานได้ 2 รูปแบบ

    - ผ่านแอพพลิเคชัน Canva

    - ผ่านเว็บไซต์ www.canva.com

การใช้งานผ่านเว็บไซต์

1. การสมัครเข้าใช้งาน ผู้ใช้สามารถสมัครใช้งานด้วยบัญชีผู้ใช้ facebook,Google mail (G-mail) หรือสมัครด้วยอีเมลอื่น ๆ

2. หน้าแรกเมื่อเข้าสู่ระบบแล้วจะปรากฏหน้าเว็บไซต์ของ Canva โดยแบ่งส่วนต่าง ๆ ดังนี้

2.1 ส่วนจัดการออกแบบของเรา


2.2 ส่วนการสร้างโดยแต่ละงานออกแบบจะมีขนาดที่กำหนดมาให้และกำหนดขนาดเองได้เช่นกัน โดยพิมพ์ค้นหาคำว่า "E book" เพื่อทำการเลือก Template ที่เราต้องการใช้ในการออกแบบ


2.3 กด "Enter" เพื่ทำการค้นหารูปแบบ E book ที่เราต้องการ และเลือกรูปแบบที่เราต้องการ 

3. เมื่อได้รูปแบบที่ต้องการ ก็เข้าสู่ขั้นตอนการใส่ข้อมูล เช่น ปก เนื้อหา รูปภาพประกอบ เป็นต้น



4. ใส่ข้อมูลผู้แต่ง และหัวข้อที่ต้องการทำ E-book 


5. เพิ่มหน้าที่ 2 โดยการกดที่ "Add Page"


6. ใส่ข้อมูลตามที่เราต้องกา



7. เพิ่มข้อมูลต่าง ๆ ของหนังสือที่เราต้องการโดยหากต้องการเพิ่มประเภทข้อมูลอักษรให้เลือกที่ "Text" 



8. หากต้องการเพิ่มภาพประกอบที่เรา Up Load ให้เลือกที่ Uploads และเลือกข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา





9. เมื่อเสร็จสิ้นจากการใส่ข้อมูลเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้เราทำการ Shared ข้อมูล E book โดยเลือกที่ปุ่ม "Shared" 


10. เปลี่ยนสถานะการ Shared Link ให้เป็นดังภาพ และเลือก  " Anyone with the link" เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึง E book ที่เราสร้างขึ้น และเลือกข้อมูลให้เป็น "Canview" เท่านั้น เพื่อป้องกันการแก้ไขข้อมูลหนังสือ



11. Copy Link จาก Canva ส่งลงใน Google Class room 






วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2565

รู้ก่อนแยก ลดขยะให้เป็นศูนย์

            การแยกขยะช่วยโลกได้มากกว่าที่คิด เพราะเมื่อเราแยกขยะที่รีไซเคิลได้ จะทำให้เหลือขยะจริงๆ ที่ต้องนำไปกำจัดน้อยลงเท่ากับเราได้ช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและลดการก่อมลภาวะไปในตัว เรามาดูกันดีกว่าว่า ต้องแยกขยะยังไงให้ถูกวิธี

🗑️"ประเภทของถังขยะ" เราจะแยกขยะออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ขยะอินทรีย์ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย โดยขยะแต่ละประเภทจะมีถังในการจัดเก็บแยกเป็นสีของตัวเองเพื่อให้ง่ายในการจดจำ

1. ถังขยะสำหรับขยะอินทรีย์ ขยะเปียก (สีเขียว) ขยะอินทรีย์ คือ ขยะที่เน่าเสียและย่อยสลายได้เร็ว เช่น เศษอาหาร เศษใบไม้แห้ง โดยเราสามารถนำขยะประเภทนี้มาทำเป็นปุ๋ยหมักได้

2. ถังขยะสำหรับขยะทั่วไป (สีน้ำเงิน) เป็นขยะที่มักจะย่อยสลายไม่ได้ หรือย่อยสลายยากและไม่คุ้มค่าต่อการรีไซเคิล  เช่น ซองขนม กล่องโฟม ถุงพลาสติก กระดาษชานอ้อย โดยขยะประเภทนี้จะถูกนำไปฝังกลบเพื่อรอการย่อยสลาย

3. ถังขยะสำหรับขยะรีไซเคิล (สีเหลือง) ขยะรีไซเคิลก็คือขยะที่สามารถผ่านกระบวนการแล้วนำมาใช้ใหม่ได้อีก เช่น ขวดพลาสติก ถุงพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋อง กระดาษ โดยขยะประเภทนี้เมื่อถูกแยกแล้วอาจจะถูกแปรรูปกลับมาเป็นวัสดุชนิดเดิม เช่น นำขวดน้ำไปผ่านกระบวนการให้กลับมาเป็นขวดน้ำ หรืออาจจะแปรรูปไปเป็นวัสดุอื่น เช่น นำห่วงอะลูมิเนียมไปผลิตขาเทียม เป็นต้น

4. ถังขยะสำหรับขยะอันตราย (สีแดง) ขยะอันตราย คือ ขยะที่ปนเปื้อนวัตถุอันตรายชนิดต่างๆ เช่น สารพิษ หรือวัตถุติดเชื้อได้ หรือวัตถุกัดกร่อน เช่น ถ่านไฟฉาย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยาหมดอายุ โดยขยะประเภทนี้จะต้องแยกเพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี ป้องกันไม่ให้สารพิษต่าง ๆ รั่วลงสู่แหล่งน้ำหรือผิวดิน

"ช่วยลดโลกร้อนง่าย ๆ แค่เริ่มแยกขยะตั้งแต่วันนี้"

#WeLovePTT #ขอบคุณข้อมูลจาก We Love PTT

วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564

การใช้ Google Form เพื่อสร้างแบบทดสอบ ร่วมกับการออกใบประกาศออนไลน์ Certify'em

   Google Form เป็นบริการจากบริษัท Google ที่ใช้สร้างแบบสอบถามหรือรวบรวมข้อมูลอื่น ๆ ทางออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หลายกรณี เช่น 

        - การวางแผนการจัดงานต่าง ๆ

        - การสำรวจความพึงพอใจหรือความเห็น

        - การเก็บข้อมูลแทนการกรอกแบบฟอร์มกระดาษ

        - การทำแบบทดสอบ

        - การลงคะแนนเสีย

ขั้นตอนการทำแบบทดสอบออนไลน์ ร่วมกับการออกใบประกาศออนไลน์ Certify'em

1. ให้ลงชื่อเข้าใช้ Google Account เพื่อใช้บริการของ Google ก่อน 

2. เมื่อลงชื่อเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว หน้าเว็บของผู้ใช้งานจะกลับมายังหน้า Google search 

3. คลิกไปที่ "Application -> Drive" เพื่อไปยัง Google Drive


4. เริ่มต้นสร้างแบบฟอร์ม โดยไปที่ "ใหม่ -> เพิ่มเติม -> Google Form"



5. เมื่ออยู่หน้า Google Form แล้ว ให้เลือกที่เครื่องหมาย "..." มุมขวาสุด เพื่อทำการ Install Add-Ons 

6. กดส่วนของการค้นหา เพื่อเพิ่ม Add ons Certify'em 



7. ทำการติดตั้ง Certify'em  เพื่อให้แบบทดสอบสามารถออกใบประกาศให้ได้ตามที่ต้องการ 


8. เมื่อติดตั้ง Add ons Certify'em  เป็นที่เรียบร้อย Google Form จะเปลี่ยนไปดังภาพ



9. เมื่อได้แบบทดสอบที่ใช้คู่กับ Certify'em เป็นที่เรียบร้อยแล้วขั้นตอนต่อไป คือการออกแบบโจทย์คำถาม เพื่อทำการทดสอบ ให้เราตั้งชื่อแบบทดสอบ และเพิ่มชุดคำถามดังภาพ "ชื่อ - สกุล" ชื่อผู้เข้าร่วมทดสอบและจะปรากฎในใบประกาศออนไลน์ 



10 . หลังจากที่เราได้ออกแบบ แบบทดสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วขั้นตอนต่อไป คือการไปกำหนดค่าของใบประกาศ Certify'em  ให้เราเข้าไปที่ "Add ons " และเลือก "Show Certify'em Control"

11 . ทำการตั้งค่า Certify'em และเลือกรูปแบบ  Certify'em ตามที่ต้องการ


12. เปิดใช้งาน Certify'em โดยเลือก ที่ Status ให้กด Turn On


13. เลือก More >> Advance เพื่อทำการตั้งค่าเพิ่มเติมให้กับใบประกาศ ออนไลน์ และเลือกดูตัวอย่างจาก Template 



14. หากต้องการดูตัวอย่างใบประกาศ ออนไลน์ ให้เลือกรูปใบประกาศที่ Template และทำการปรับแต่งแก้ไขให้ใบประกาศอยู่ในรูปแบบที่ผู้ใช้งานต้องการ


15. และเมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการตั้งค่าต่างๆ ของ Certify'em ผู้ใช้งานสามารถดูตัวอย่างแบบสอบถามออนไลน์ได้โดยการ ส่ง example ไปยัง email ของผู้ออกแบบ และตรวจสอบแบบสอบถามออนไลน์ได้ผ่าน email address ของผู้ใช้งาน 


16. เมื่อต้องการให้ผู้ร่วมเข้าทดสอบ สอบผ่านแบบทดสอบออนไลน์ให้เลือก Send Form และให้ผู้ร่วมทดสอบทำการสอบ เมื่อผู้ใช้งานทดสอบผ่าน ระบบจะดำเนินการส่งใบประกาศหลังผ่านการทดสอบเข้าไปยัง email ของผู้ใช้งานทันที 

17. สำหรับขั้นตอนการใช้งาน Google Form ร่วมกับ Certify'em เพื่อส่งใบประกาศออนไลน์ก็จะมีขั้นตอนการทำงานหลักดังด้านบน ผู้ใช้งานสามารถนำขั้นตอนต่างๆ ไปประยุกต์ใช้งานกับการออกแบบทดสอบร่วมกับการส่งใบประกาศออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ได้ตามต้องการ จะเห็นได้ว่าขั้นตอนการทำงานและดำเนินการนั้น ง่ายสะดวกและร่วดเร็วมาก 

วันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

การใช้งาน Draw.io (เครื่องมือสร้างไดอะแกรม แบบออนไลน์)

            การใช้งาน Draw.io (เครื่องมือสร้างไดอะแกรม แบบออนไลน์) เพื่อออกแบบและสร้างไดอะแกรมต่างๆ ร่วมกับ Google Drive, Dropbox, OneDrive, Browser หรือ Device. 

จุดเด่นของ Draw.io

1. สามารถเลือกการบันทึกงานได้ 5 แบบ คือ Google Drive, Dropbox, OneDrive, Browser หรือ Device.

2. สามารถเลือก Shapes ได้หลากหลายแบบมากกว่า 27 กลุ่ม

3. สามารถสร้าง Shapes เองได้

4. สามารถสร้าง Connection แบบ Auto.

5. ใช้งานได้หลายภาษา (Multi Language)

6. บันทึกอัตโนมัติเมื่อมีการแก้ไข